ตัวเก็บประจุ หรือ Capacitor หรือ Condensor เรียกสั้นๆว่า ตัว C

ตัวเก็บประจุ ทำหน้าที่ เก็บสะสมประจุไฟฟ้าเอาไว้ เพื่อจ่ายให้กับวงจร ในยามที่แหล่งจ่ายปกติไม่สามารถจ่ายแรงดันได้

ผลจากการเก็บประจุของตัวเก็บประจุ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย เช่น

  • ฟิลเตอร์ คือ การกรองไฟ DC ให้เรียบ
  • คัปปลิ้ง คือ การถ่ายทอดสัญญาณ หรือเชื่อมโยงสัญญาณเข้าด้วยกัน
  • บายพาส คือ คือการกรองผ่านความถี่
  • บล็อกกิ้ง คือ การกั้นการไหลของกระแสไฟ DC

ชนิดของตัวเก็บประจุ

ตัว เก็บประจุมีมากมายหลายชนิด มีชื่อเรียกต่างกันออกไปตามลักษณะของโครงสร้าง และชนิดของสารที่นำมาทำเป็นไดอิเล็กตริค หรือแบ่งได้ตามลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกันออกไปดังนี้

  1. ตัวเก็บประจุชนิดค่าคงที่ (Fixed Capacitor)
  2. ตัวเก็บประจุชนิดเปลี่ยนแปลงค่าได้ (Variable Capacitor)

ตัวเก็บประจุชนิดค่าคงที่ (Fixed Capacitor)

เปเปอร์คาปาซเตอร์ (Paper Capacitor) เป็นคาปาซิเตอร์ที่ใช้กระดาษอาบน้ำยาทำเป็นแผ่นไดอิเล็กตริค กั้นระหว่างแผ่นโลหะทั้งสองที่ทำจากอลูมินั่ม สามารถทนแรงดันไฟได้สูง 400 – 1200 โวลท์ ปัจจุบันไม่นิยมใช้แล้วเนื่องจากมีการสูญเสียมาก

 

 โพลีเอสเตอร์คาปาซเตอร์ (Polyester Capacitor) ลักษณะการใช้งานและคุณสมบัติเช่นเดียวกันกับแบบเปเปอร์ โดยไดอิเล็กตริคทำมาจากโพลีเอสเตอร์หรือพวกพลาสติกตัวนำ ดังนั้นการสูญเสียจึงน้อยกว่าเปเปอร์

โพลีคาร์บอเนตคาปาซิเตอร์ (Polycarbonate Capacitor) เป็น คาปาซิเตอร์ที่มีค่าความจุสูงกว่าชนิดโพลีเอสเตอร์เล็กน้อย คุณสมบัติคล้ายคลึงกันใช้แทนกันได้ ตัวของคาร์ปาซิเตอร์แบบนี้จะเล็กกว่าเล็กน้อยและมีเปอร์เซ็นต์การสูญเสีย น้อยกว่าโพลีเอสเตอร์ประมาณ 20 – 30 เท่า

เซรามิกคาปาซิเตอร์ (Ceramic Capacitor) เป็นคาปาซิเตอร์ราคาถูกมีใช้กันอยู่ทั่วไป เหมาะสำหรับงานคัปปลิ้งความถี่วิทยุ มีการสูญเสียมากมีค่าความจุต่ำสุดอยู่ที่ 1 ไมโครฟารัด

โพลีสไตรีนคาปาซิเตอร์ (Polystyrene Capacitor) เป็น คาปาซิเตอร์ชั้นดีที่ให้การสูญเสียต่ำที่สุด เมื่อเทียบกับชนิดอื่นๆ รวมไปถึงกระแสรั่วไหลน้อยมากๆ เหมาสำหรับงานคัปปลิ้งความถี่วิทยุหรือในวงจรจร

    ซิลเวอร์ไมก้าคาปาซิเตอร์ (Silver Mica Capacitor) เหมาะ ที่จะใช้กับวงจรความถี่สูง เช่นความถี่วิทยุเพราะมีค่าความจุประมาณ 10pF – 10nF เป็นคาปาซิเตอร์ชั้นดีอีกชนิกหนึ่ง เปอเซ็นต์ความผิดพลาดแทบไม่มีเลย

ฟีดทรูคาปาซิเตอร์ (Feed-through Capacitor) เป็นคาปาซิเตอร์ที่ใช้ในการกรองความถี่รบกวน

อิเล็กโตรไลต์ติกคาปาซิเตอร์ (Electrolytic Capacitor) เป็น คาปาซิเตอร์ที่มีค่าความผิดพลาดสูงมาก แต่ต้องใช้เพราะว่ามีค่าความจุที่สูง มีโครงสร้างใกล้เคียงกับแบตเตอรี่ มีขั้วบวกและลบ นิยมใช้กับงานความถี่ต่ำทั่วๆไป หรือใช้สำหรับไฟตรง สารที่นำมาใช้ทำแผ่นตัวนำในคาปาซิเตอร์แบบนี้จะเป็นสารอลูมิเนียมโดยมีน้ำยา เคมีอิเล็กโตไลต์ติกทำหน้าที่เป็นไดอิเล็กตริก ช่วยเร่งปฎิกิริยาเคมีทำให้ประจุเกิดได้มากกว่าปกติ

แทนทาลั่มอิเล็กโตรไลต์ คาปาซิเตอร์ (Tantalum Electrolyte Capacitpr) คาปาซิเตอร์แบบนี้ถูกคิดขึ้นมาเพื่อใช้งานแทนอิเล็กโตรไลต์ติกคาปาซิเตอร์ แม้การสูญเสียจะใกล้เคียงกับอิเล็กโตรไลต์ติกคาปาซิเตอร์ แต่มีค่าความผิดพลาดน้อยกว่า

ไบโพลาร์คาปาซิเตอร์ (Bipolar Capacitor) หรือไบแคป(Bi-Cap) เหมือนกับแบบอิเล็กโตรไลต์ติกคาปาซิเตอร์ แต่ไม่มีขั้ว นิยมใช้กันมากในวงจรเครื่องเสียง ขยายเสียง ภาคจ่ายไฟ

ไมลาร์คาปาซิเตอร์ (Mylar Capacitor) นำ มาใช้แทนคาปาซิเตอร์แบบเซรามิค เพราะมีค่าความผิดพลาดและกระแสรั่วไหลน้อยกว่าในขณะที่สามารถทนแรงดันได้ เท่ากัน ตัวถังของไมลาร์เล็กกว่าและค่าความจุสูงกว่าเซรามิค

    ตัวเก็บประจุชนิดเปลี่ยนแปลงค่าได้ แบ่งได้ 2 ชนิด

วาริเอเบิ้ลคาปาซิเตอร์ (Variable Capacitor) เป็นคาปาซิเตอร์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงค่าความจุในตัวได้ เพื่อใช้ในการจูนรับความถี่ของเครื่องรับวิทยุ

โครงสร้างทำมาจากแผ่นโลหะมาวางซ้อนกัน ชุดหนึ่งติดตั้งคงที่ อีกชุดหนึ่งยึดติดกับแกนหมุน มีแผ่นอากาศเป็นไดอิเล็กตริค

ทริมเมอร์คาปาซิเตอร์ และ แพดเดอร์คาปาซิเตอร์ (Trimmer and Padder) เป็น คาปาซิเตอร์ชนิดเปลี่ยนแปลงค่าความจุได้เพียงเล็กน้อย เพราะโครงสร้างเป็นเพียงโลหะเล็กๆ วางซ้อนกันมีแผ่นไมก้ากั้นกลาง มีสรูยึด ปรับค่าโดยการยึดหรือคลายสกรู ถ้าต่อขนาดอยู่กับวงจรนิยมเรียกว่า ทริมเมอร์ ถ้าต่ออันดับนิยมเรียกว่า แพดเดอร์

ที่มา : http://sites.google.com/site/velectronic1/capacitor